วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560

อุทยานน้ำตกทรายขาว

ประวัติความเป็นมา



          อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว เดิมชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกกระโถน ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี พ.ศ.2475 โดยพระครูศรีรัตนกร(ท่านศรีแก้ว) อดีตเจ้าอาวาสวัดทรายขาว ท่านได้ชักชวนราษฎรทำการปรับปรุงบริเวณน้ำตกทรายขาว และต่อมาน้ำตกแห่งนี้ได้พัฒนามาเป็นลำดับ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตปัตตานี (กรมป่าไม้)ปี พ.ศ.2530 กรมป่าไม้ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ และจัดตั้ง ป่าเขาใหญ่ และ ป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี เพื่อเตรียมประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพื่อการศึกษาวิจัย และเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนโดยทั่วไปต่อมาได้มีมติเห็นชอบจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งน้ำตกทรายขาว เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2533





และในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2536 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติการดำเนินการสำรวจจัดตั้งได้ผ่านขั้นตอนเตรียมการมาเป็นลำดับ จนคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติโดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งให้จัดพิมพ์แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาเพื่อจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ในเดือนมกราคม พ.ศ.2541 ได้มีราษฎรในท้องที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ชุมนุมคัดค้านการประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว




จากลำดับเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นทำให้อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวต้องปรับปรุงการบริหารจัดการโดยศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่างๆ อาทิ สถานภาพและศักยภาพของพื้นที่ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในท้องถิ่น เป็นต้น เพื่อนำมาประกอบในการพิจารณาจัดทำแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อราษฎร และสิ่งที่สำคัญ คือ การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว จะต้องสามารถรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งเป็นที่ยอมรับและเกิดความร่วมมือ จากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบอุทยานแห่งชาติปัจจุบันพื้นที่ป่าได้ทำการสำรวจขึ้นใหม่ ไม่มีปัญหากับราษฎร เนื่องจากได้กันพื้นที่ทำกินของราษฎรออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวที่ทำการสำรวจจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติฯ และราษฎรที่อาศัยอยู่รอบๆ บริเวณ ได้ตรวจสอบกำหนดเขตด้วยโดยได้ผ่านการเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบลที่เกี่ยวข้องรวม 10 แห่ง และผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องรวม 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา และสงขลา และผ่านการพิจารณาของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ


อาณาเขต
ทิศเหนือ จรดกับ ต.ช้างให้ตก ต.ทรายขาว และ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
ทิศตะวันตก จรดกับ ต.ทุ่งพลา ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา
ทิศตะวันตก จรดกับ ต.ช้างให้ตก อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และ ต.บ้านโหนด ต.เปียน ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
ทิศใต้ จรดกับ ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา


ลักษณะภูมิประเทศ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ตั้งอยู่ในพื้นที่เทือกเขาสำคัญ คือ เทือกเขาสันกาลาคีรี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนติดต่อทอดตัวกันเป็นแนวยาวแผ่ขยายออกไปทางทิศใต้ ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก มียอดเขาที่สูงที่สุด เรียกว่า ยอดเขาสันกาลาคีรี(ยอดเขานางจันทร์) โดยมีความสูงประมาณ 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล พื้นที่บางส่วนเป็นที่ลาดเชิงเขา และที่ราบเนินเขา มีสันเขาเป็นแนวยาวเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดปัตตานี ยะลา และ สงขลา เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำปัตตานี และ แม่น้ำเทพา

ลักษณะภูมิอากาศ
ภูมิอากาศร้อน เนื่่องจากได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับพื้นที่ที่ตั้งของ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวมีความชื้นมาก จึงมีฝนตกชุก และอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 25.5-28 องศาเซลเซียสปริมาณฝนที่ตกมากที่สุด อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมของทุกปี

ลักษณะทางธรณีวิทยา
ดิน โดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทราย และมีเปอร์เซ็นของทรายสูง
หิน หินส่วนใหญ่จะเป็นหินปูน และหินแกรนิต




จีงได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาใหญ่ในท้องที่ตำบลช้างให้ตก ตำบลทรายขาว ตำบลนาประดู่ ตำบลทุ่งพลา ตำบลปากล่อ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา และ ป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี ให้ท้องที่ตำบลบ้านโหนด ตำบลเปียน ตำบลธารคีรี อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ.2551 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 71ก ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 110 ของประเทศไทย






















































































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น